ChaiSolution

จอ Dahua 165Hz vs 180Hz vs 240Hz: เลือก Refresh Rate ไหนดีสำหรับเกม?

dahua 165hz

สารบัญบทความ

จอ Dahua 165Hz vs 180Hz vs 240Hz: เลือก Refresh Rate ไหนดีสำหรับเกม?

สำหรับเกมเมอร์สายพีซี นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ Dahua ที่บุกตลาดหน้าจอเกมมิ่งด้วยสเปกสุดคุ้มในราคาที่จับต้องได้ง่าย แต่พอจะกดสั่งซื้อจริงๆ หลายคนมักจะติดเกาะอยู่กับคำถามยอดฮิต: “จะเลือก Refresh Rate เท่าไหร่ดีระหว่าง Dahua 165Hz , 180Hz และ 240Hz?” ตัวเลขยิ่งเยอะยิ่งลื่นไหลอันนี้เรารู้กันดี แต่ความลื่นไหลที่เพิ่มขึ้นนั้นจำเป็นกับคุณไหม? และการ์ดจอของคุณจะดันเฟรมเรทไหวรึเปล่า? วันนี้เราจะมาเจาะลึกเปรียบเทียบมวยสามรุ่นนี้ให้เห็นภาพชัดๆ กัน

ทำความเข้าใจสเปก: Refresh Rate คืออะไร?

ก่อนไปดูรุ่นย่อย มาเข้าใจกันก่อนว่า Refresh Rate (Hz) คือจำนวนครั้งที่หน้าจอสามารถแสดงภาพใหม่ได้ใน 1 วินาที ยิ่งตัวเลขสูง ภาพที่ได้ก็จะยิ่งต่อเนื่อง สมูท และลดอาการภาพฉีกขาด (Screen Tearing) รวมถึงช่วยให้เราตอบสนองต่อศัตรูในเกมได้รวดเร็วขึ้นด้วย

Refresh Rate (อัตราการรีเฟรช) คือ ค่าที่บอกว่าหน้าจอสามารถ “เปลี่ยนรูปภาพบนหน้าจอได้กี่ครั้งภายใน 1 วินาที” มีหน่วยการวัดเป็น Hz (Hertz) เพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด ให้ลองจินตนาการถึง “สมุดวาดภาพพลิก (Flipbook)” ที่เราเคยเล่นตอนเด็กๆ ยิ่งเราพลิกหน้ากระดาษเร็วเท่าไหร่ ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหวที่เราเห็นก็จะยิ่งเนียนตาและสมจริงมากขึ้นเท่านั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ใช้หลักการเดียวกันครับ

ความต่างของแต่ละ Hz ส่งผลอย่างไรกับการเล่นเกม?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าตัวเลข Hz ที่ต่างกันส่งผลต่อสายตาและการเล่นเกมของคุณอย่างไร เราสามารถแบ่งออกเป็นระดับได้ดังนี้ครับ:

  • 60Hz – 75Hz (มาตรฐานจอทั่วไป): ใน 1 วินาที หน้าจอจะแสดงภาพ 60-75 รูป เหมาะสำหรับทำงานออฟฟิศ ดูหนัง หรือเล่นเกมแนววางแผนที่ไม่ต้องขยับภาพเร็วๆ แต่ถ้าเอาไปเล่นเกมยิง (FPS) จะรู้สึกได้เลยว่าภาพมีอาการเบลอ (Motion Blur) และหน่วงมือ

  • 144Hz – 165Hz (จุดเริ่มต้นของเกมเมอร์): หน้าจอจะรีเฟรชภาพมากกว่าจอทั่วไปถึง 2 เท่ากว่าๆ ภาพที่เคยสั่นหรือเบลอเวลาสะบัดเมาส์จะหายไป กลายเป็นความลื่นไหลที่เนียนตาอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้เรามองเห็นศัตรูที่วิ่งตัดหน้าได้ทันท่วงที

  • 240Hz ขึ้นไป (ระดับโปรเพลเยอร์): หน้าจอจะแสดงผลภาพอย่างสมูทขั้นสุด อาการภาพเบลอจากการเคลื่อนไหวแทบจะเหลือศูนย์ (Zero Motion Blur) ทุกอย่างจะดูเรียลไทม์และตอบสนองไวตามมือแบบไร้รอยต่อ

ความสัมพันธ์ระหว่าง Refresh Rate (Hz) กับ Framerate (FPS)

สองคำนี้เป็นสิ่งที่เกมเมอร์มักจะสับสนกันบ่อยที่สุด แต่จริงๆ แล้วมันทำงานร่วมกันเป็นทีมครับ:

  • FPS (Frames Per Second): คือจำนวนเฟรมภาพที่ “การ์ดจอและซีพียู” ของคุณคำนวณและส่งออกมาได้ (เป็นฝั่งคนผลิตภาพ)

  • Hz (Refresh Rate): คือจำนวนภาพที่ “หน้าจอ” สามารถรับและแสดงผลออกมาให้คุณเห็นได้ (เป็นฝั่งคนโชว์ภาพ)

ข้อควรระวัง:  ต่อให้คุณซื้อจอ 240Hz มาใช้ แต่ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณแรงไม่พอ ปั่นการ์ดจอในเกมได้แค่ 60 FPS ภาพที่คุณเห็นบนจอก็จะลื่นไหลเท่ากับ 60Hz เท่านั้น ในทางกลับกัน ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณปั่นเฟรมเรทได้สูงถึง 300 FPS แต่คุณใช้จอแค่ 60Hz หน้าจอก็จะโชว์ภาพให้คุณเห็นได้สูงสุดแค่ 60 เฟรมใน 1 วินาที อยู่ดี แถมอาจเกิดอาการภาพฉีกขาด (Screen Tearing) อีกด้วย

เจาะลึก 3 ระดับความลื่นจาก Dahua

1. Dahua 165Hz: มาตรฐานทองคำของความคุ้มค่า

เริ่มต้นด้วย dahua 165hz พี่ใหญ่รุ่นบุกเบิกที่กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการเกมมิ่งในปัจจุบัน หากคุณขยับมาจากจอ 60Hz หรือ 75Hz บอกเลยว่าการเปลี่ยนมาใช้จอ dahua 165hz จะให้ความรู้สึกเหมือน “เปิดโลกใหม่” ภาพลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในราคาที่สบายกระเป๋าที่สุด

  • เหมาะสำหรับเกมแนวไหน: เล่นได้ครอบจักรวาล ตั้งแต่เกมแนวเนื้อเรื่อง AAA (เช่น Cyberpunk 2077, Elden Ring) ไปจนถึงเกมแนวแข่งขันทั่วไป

  • สเปกคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ: ไม่ต้องสูงมาก การ์ดจอระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง (เช่น RTX 3050 / 4060) ก็สามารถดันเฟรมเรทแตะ 165 FPS ได้สบายๆ

2. Dahua 180Hz: ขยับความฟินให้เหนือกว่าในราคาใกล้เคียง

นี่คือตัวเลือกที่ Dahua ส่งมาอัปเกรดความลื่นไหลขึ้นไปอีกขั้น โดยเพิ่ม Refresh Rate มาเป็น 180Hz แม้ว่าในทางทฤษฎีมันจะมากกว่ารุ่น 165Hz เพียงแค่ 15Hz และยากที่จะแยกออกด้วยตาเปล่าในการใช้งานทั่วไป แต่ในการเล่นเกมที่มีการเคลื่อนไหวเร็วๆ จะรู้สึกได้ถึงความเนียนตาที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

  • เหมาะสำหรับเกมแนวไหน: เกมแนว Action-Adventure และเกม FPS ระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง (เช่น Apex Legends, Overwatch 2)

  • สเปกคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ: ระดับกลางค่อนไปทางสูง เพื่อให้มั่นใจว่าเฟรมเรทของเกมจะวิ่งคงที่อยู่ในระดับ 180 FPS

3. Dahua 240Hz: ขีดสุดสายฮาร์ดคอร์เพื่อชัยชนะ

หากคุณเป็นเกมเมอร์สายจริงจัง (Competitive Gamer) ที่ทุกลมหายใจคือชัยชนะ จอ Dahua 240Hz คือคำตอบ ภาพที่แสดงผลจะมีความสมูทขั้นสุด อาการเบลอจากการเคลื่อนไหว (Motion Blur) แทบจะเหลือศูนย์ ช่วยให้คุณสะบัดเมาส์ยิงหัวศัตรูได้แม่นยำขึ้นในเสี้ยววินาที

  • เหมาะสำหรับเกมแนวไหน: เกมแนว Tactical FPS และ Esport ความเร็วสูง (เช่น Valorant, CS2, PUBG)

  • สเปกคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ: สูง (High-end) คุณจำเป็นต้องมีซีพียูและการ์ดจอที่แรงพอจะปั่นเฟรมเรทให้ทะลุ 240 FPS ได้ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นจะใช้ประสิทธิภาพของจอได้ไม่เต็มที่

ดาฮัว 165Hz

สรุปตารางเปรียบเทียบ: เลือกแบบไหนที่ใช่คุณ?

คุณสมบัติ ดาฮัว 165Hz ดาฮัว 180Hz ดาฮัว 240Hz
ระดับความลื่นไหล ดีเยี่ยม (ก้าวกระโดดจากจอทั่วไป) ดีเยี่ยม+ (สมูทขึ้นอีกนิด) ขั้นสุด (ไร้รอยต่อ ตอบสนองไวที่สุด)
งบประมาณ ประหยัดที่สุด คุ้มค่าที่สุด ปานกลาง (ราคาบวกจาก 165Hz เล็กน้อย) ราคาสูงที่สุดในกลุ่ม
ความต้องการสเปกคอม ต่ำ – ปานกลาง ปานกลาง สูง – สูงมาก
สไตล์เกมที่ตอบโจทย์ เกม AAA, RPG, เกมทั่วไป เกม Action, FPS ทั่วไป Esport, FPS การแข่งขันจริงจัง

บทสรุป: แล้วคุณควรเลือก Refresh Rate ไหนดี?

  • เลือก Dahua 165Hz หาก: คุณมีงบประมาณจำกัด หรือใช้การ์ดจอรุ่นเริ่มต้น และอยากได้จอเกมมิ่งดีๆ สักตัวที่เล่นเกมแนวเนื้อเรื่องภาพสวยๆ ได้ฟิน และเล่นเกมยิงได้ไม่ติดขัด dahua 165hz คือช้อยส์ที่คุ้มค่าตัวที่สุด

  • เลือก Dahua 180Hz หาก: คุณกำลังจะซื้อจอใหม่ และส่องดูราคาแล้วพบว่ารุ่น 180Hz ราคาต่างจาก 165Hz เพียงแค่หลักร้อย การเลือกซื้อรุ่น 180Hz จะเป็นการ “เผื่ออนาคต” ที่ดีกว่า

  • เลือก Dahua 240Hz หาก: คุณเป็นเกมเมอร์สาย Esport ตัวจริง เล่นเกม FPS เป็นหลัก และคอมพิวเตอร์ของคุณแรงพอที่จะปั่น FPS ได้ทะลุหลอด การลงทุนกับ 240Hz จะช่วยเพิ่มข้อได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างแน่นอน


นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง Hz กับ FPS ที่เราคุยกันไปแล้ว ถ้าคุณกำลังจะเลือกซื้อจอเกมมิ่งของ Dahua หรือแบรนด์อื่นๆ เพื่อมาเล่นเกมให้เต็มประสิทธิภาพ ยังมี 4 ปัจจัยสำคัญ ที่ต้องรู้และเช็กให้ดีก่อนควักเงินจ่ายครับ:

1. ประเภทของพาเนลจอ (Panel Type): เลือกให้ถูกกับแนวเกม

จอคอมพิวเตอร์ในตลาดปัจจุบัน (รวมถึงหน้าจอของ Dahua) จะมีพาเนลหลักๆ อยู่ 3 ประเภท ซึ่งให้จุดเด่นต่างกันชัดเจน:

  • IPS: เน้นสีสวย มุมมองกว้าง สีสันจะสดใส สมจริง มองจากมุมไหนสีก็ไม่เพี้ยน เหมาะมากสำหรับเกมแนวเนื้อเรื่อง AAA, Open World (เช่น Cyberpunk, Elden Ring) และยังเอาไปใช้ทำงานกราฟิกหรือดูหนังได้ดีที่สุดด้วย

  • VA: เน้นมิติภาพ คอนทราสต์สูง จุดเด่นคือสีดำที่ดำสนิทจริงๆ (Contrast Ratio สูง) เหมาะกับการเล่นเกมในห้องมืด หรือเกมแนวหลอนๆ สยองขวัญ/ไซไฟ แต่ข้อเสียคืออาจเกิดอาการ “ภาพเบลอตามหลัง” (Ghosting) เวลาสะบัดเมาส์เร็วๆ

  • TN: เน้นความเร็ว ตอบสนองไวที่สุด สีสันจะซีดที่สุดและมุมมองแคบ แต่การตอบสนองไวมาก ปัจจุบันมักจะอยู่ในจอมอนิเตอร์สาย Esport ระดับฮาร์ดคอร์

คำแนะนำ: สำหรับจอ Dahua ยุคนี้ รุ่นที่เป็น Fast IPS จะคุ้มค่าที่สุด เพราะได้ทั้งความสมูท ตอบสนองไว และสีสันที่สวยงามในตัวเดียว

2. Response Time (เวลาในการตอบสนองของเม็ดพิกเซล)

ค่านี้มักจะเขียนคู่กับ Refresh Rate เสมอ เช่น 1ms หรือ 4ms (GTG / MPRT)

  • มันคือความเร็วที่เม็ดพิกเซลบนจอเปลี่ยนจากสีหนึ่งไปอีกสีหนึ่ง

  • ยิ่งตัวเลขน้อย ยิ่งดี (เช่น 1ms ดีกว่า 4ms)

  • ถ้าค่า Response Time ช้า ต่อให้จอคุณเป็น 165Hz หรือ 180Hz เวลาสะบัดมุมกล้องเร็วๆ ในเกมยิง คุณจะเห็นภาพเป็นเงาลากหางเบลอๆ (Ghosting) ทำให้เวียนหัวได้ง่าย

3. สายสัญญาณที่ใช้ต่อ (DisplayPort vs HDMI)

เรื่องนี้เป็นเส้นผมบังภูเขาที่หลายคนตกม้าตายครับ ซื้อจอ 165Hz – 240Hz มา แต่ต่อสายผิด ภาพก็ออกแค่ 60Hz

  • DisplayPort (DP): คือสายที่แนะนำที่สุดสำหรับเกมเมอร์ เพราะรองรับการส่งข้อมูลแบนด์วิดท์สูง ดัน Refresh Rate ได้ทะลุหลอด และเปิดใช้งานระบบ FreeSync / G-Sync ได้สมบูรณ์แบบ

  • HDMI: ต้องเช็กเวอร์ชันให้ดี หากเป็นพอร์ตหรือสายเวอร์ชันเก่า (เช่น HDMI 1.4) มันจะดัน Refresh Rate ได้สูงสุดแค่ 60Hz – 120Hz เท่านั้น (ต้องใช้ HDMI 2.0 หรือ 2.1 ขึ้นไป ถึงจะดัน Hz สูงๆ ได้)

4. เทคโนโลยี Adaptive-Sync (G-Sync Compatible / FreeSync)

เวลาเราเล่นเกม เฟรมเรท (FPS) จากการ์ดจอมันจะแกว่งขึ้นลงตลอดเวลา ไม่ได้นิ่งอยู่ที่ 165 หรือ 240 ตลอด ซึ่งถ้าเฟรมเรทไม่นิ่ง ภาพบนจอจะเกิดอาการ “ฉีกขาด” (Screen Tearing) เป็นรอยตัดกลางจอ

  • เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้หน้าจอปรับค่า Hz ให้วิ่งขึ้น-ลง “ซิงค์” ไปพร้อมกับ FPS ของการ์ดจอแบบเรียลไทม์ ทำให้ภาพที่ได้เนียนตา ไม่มีรอยฉีกขาด แม้ในจังหวะที่เฟรมเรทตก

แนะนำหน้าจอเกมมิ่งของ Dahua

หากคุณกำลังมองหาจอเกมมิ่งของ Dahua จุดเด่นของแบรนด์นี้คือ “สเปกจัดเต็มในราคาที่ถูกกว่าแบรนด์อื่นในตลาด” ทำให้เป็นขวัญใจของเกมเมอร์สายคุ้มค่า

1. กลุ่มเริ่มต้น-คุ้มค่าที่สุด (งบประมาณ 2,500 – 3,500 บาท)

เหมาะสำหรับ: คนที่สเปกคอมพิวเตอร์ระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง เล่นเกมทั่วไป หรือเกม FPS สบายกระเป๋า

  • Dahua DHI-LM25-E231B (24.5 นิ้ว / Fast IPS / 180Hz / 0.5ms)

    • จุดเด่น: นี่คือหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดในกลุ่มราคาประหยัด ได้หน้าจอแบบ Fast IPS ที่ให้สีสวย มุมมองกว้าง และขยับความลื่นขึ้นไปถึง 180Hz พร้อม Response Time ที่ต่ำมากเพียง 0.5ms เล่นเกมยิงอย่าง Valorant หรือ Apex ได้เนียนตา ลบภาพเบลอได้ดีมาก

  • Dahua LM25-E231BN (24.5 นิ้ว / IPS / 200Hz)

    • จุดเด่น: หากงบใกล้เคียงกันแต่อยากดันความลื่นให้สุดขึ้นไปอีก รุ่นรหัสลงท้าย BN ตัวนี้ขยับขึ้นมาเป็น 200Hz เต็มสปีด ในราคาค่าตัวที่แทบไม่ต่างกัน ได้แผงจอ IPS เหมือนเดิม

2. กลุ่มจอใหญ่ 2K คมชัดเต็มตา (งบประมาณ 5,000 – 7,000 บาท)

เหมาะสำหรับ: การ์ดจอรุ่นกลาง-สูง (เช่น RTX 4060 Ti ขึ้นไป) ชอบเล่นเกมแนวเนื้อเรื่องภาพสวย AAA เช่น Cyberpunk 2077, Elden Ring หรือต้องการพื้นที่หน้าจอไว้ใช้งานอย่างอื่นด้วย

  • Dahua DHI-LM27-E341AY (27 นิ้ว / IPS / 2K QHD / 180Hz)

    • จุดเด่น: ขยับมาที่ขนาดหน้าจอ 27 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่ลงตัวที่สุดสำหรับความละเอียดระดับ 2K (2560×1440) ภาพที่ได้จะคมกริบ รายละเอียดฉากในเกมชัดเจนกว่าจอ Full HD ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แถมยังได้รีเฟรชเรทที่สูงถึง 180Hz

  • Dahua Curved LM34-E330CA (34 นิ้ว / VA จอโค้ง / 2K UWQHD / 200Hz)

    • จุดเด่น: สายเสพเนื้อเรื่อง อารมณ์ร่วม หรือชอบเล่นเกมจำลองขับรถ ขับเครื่องบิน (Simulator) ตัวนี้เป็นจอ Ultra-wide 21:9 จอโค้ง ภาพจะกว้างโอบล้อมสายตา ค่าคอนทราสต์ของจอ VA ช่วยให้ฉากมืดๆ ดูมีมิติ ดำสนิท ลื่นไหลระดับ 200Hz

3. กลุ่มขีดสุดของความแรง (สาย Esport & ไฮเอนด์)

เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการจอคอมระดับพรีเมียม คอมพิวเตอร์แรงจัด และเน้นการตอบสนองระดับโปรเพลเยอร์

  • Dahua DHI-LM27-E431A (27 นิ้ว / IPS / Dual Mode 4K & FHD)

    • จุดเด่น: จอรุ่นพิเศษสำหรับคนที่อยากได้ “สองร่างในตัวเดียว” สามารถปรับโหมดเป็น 4K 160Hz เวลาที่ต้องการเล่นเกมเนื้อเรื่องภาพสวยอลังการ หรือสลับเป็นโหมด FHD 320Hz วิ่งเร็วสะใจเพื่อลงสนามแข่งเกม FPS

  • Dahua DHI-LM27-GO34A (26.5 นิ้ว / QD-OLED / 2K / 240Hz / 0.03ms)

    • จุดเด่น: หน้าจอระดับท็อปที่ใช้เทคโนโลยี QD-OLED ให้สีสันสดใส มิติภาพและสีดำที่สมบูรณ์แบบที่สุด ความเร็วในการตอบสนองตอบพิกเซลต่ำสุดกู่เพียง 0.03ms ควบคู่กับความลื่น 240Hz (เป็นรุ่นท็อปสเปกโหดที่ราคาจับต้องได้ง่ายกว่าแบรนด์ใหญ่ค่ายอื่นมาก)

ปรึกษาฟรี! นัดทีมช่าง ชัย โซลูชั่น เข้าสำรวจหน้างาน:

  • Line ID: @chaisolution (มี @ ข้างหน้า)
  • ติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอใบเสนอราคา:
    • 088-5851649 (คุณหญิง) | 080-3373324 (คุณแยม)
    • 085-0555331 (คุณมุก) | 061-8084109 (คุณมิ้น)
    • 061-9172440 (คุณแม็ค) | 093-4918722 (คุณก็อต)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ซื้อจอ Dahua 165Hz / 180Hz มาแล้ว แต่ทำไมดูในคอมพิวเตอร์ยังขึ้นแค่ 60Hz?

A: เป็นเรื่องปกติที่พบบ่อยที่สุดครับ เมื่อเสียบจอใหม่ Windows มักจะตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ 60Hz คุณต้องเข้าไปเปลี่ยนเองตามขั้นตอนดังนี้:

  1. คลิกขวาที่หน้า Desktop เลือก Display settings

  2. เลื่อนลงมาด้านล่าง เลือก Advanced display

  3. ดูที่หัวข้อ Choose a refresh rate แล้วดรอปดาวน์เลือกค่า Hz สูงสุด (165Hz หรือ 180Hz) ตามสเปกของจอ

Q2: จอ Dahua ใช้การ์ดจอ Nvidia (RTX/GTX) จะเปิดระบบ G-Sync ได้ไหม?

A: เปิดได้ครับ แม้ว่าหน้าจอ Dahua ส่วนใหญ่จะระบุสเปกมาว่าเป็น AMD FreeSync แต่ปัจจุบันการ์ดจอ Nvidia มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า G-Sync Compatible ทำให้สามารถซิงค์ความลื่นไหลกับจอ FreeSync ได้

  • เงื่อนไข: คุณจำเป็นต้องเชื่อมต่อด้วยสาย DisplayPort (DP) เท่านั้น (สาย HDMI จะเปิดฟีเจอร์นี้กับการ์ดจอ Nvidia ไม่ได้) แล้วเข้าไปเปิดใช้งานในโปรแกรม Nvidia Control Panel

Q3: ทำไมเวลาเล่นเกมแล้วรู้สึกภาพกระตุก ทั้งๆ ที่ซื้อจอ Hz สูงมา?

A: เกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ ครับ:

  1. เฟรมเรท (FPS) ในเกมต่ำเกินไป: คอมพิวเตอร์ของคุณอาจจะปั่นเฟรมเรทในเกมนั้นๆ ได้น้อย (เช่น วิ่งอยู่แค่ 40-50 FPS) ต่อให้จอเป็น 180Hz ภาพก็จะกระตุกตามแรงการ์ดจอครับ แนะนำให้ปรับลดกราฟิกในเกมลง

  2. ไม่ได้เปิด Adaptive-Sync: หากเฟรมเรทแกว่งแล้วไม่ได้เปิดระบบซิงค์ภาพ ภาพจะเกิดรอยฉีกหรือสะดุด ให้เข้าไปเปิด FreeSync/G-Sync ทั้งในเมนูของหน้าจอ (OSD) และในไดรเวอร์การ์ดจอ

Q4: ในกล่องจอ Dahua แถมสายอะไรมาให้บ้าง ต้องซื้อสายเพิ่มไหม?

A: โดยส่วนใหญ่แล้ว ในกล่องของจอเกมมิ่ง Dahua (ซีรีส์ E หรือรุ่น Hz สูง) มักจะ แถมสาย DisplayPort (DP) หรือสาย HDMI เวอร์ชันที่รองรับความเร็วของจอ มาให้ในกล่องอยู่แล้ว 1 เส้น ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทันทีโดยไม่ต้องซื้อเพิ่มครับ (ยกเว้นกรณีที่คอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีพอร์ตตรงกับสายที่แถมมา)

Q5: แบรนด์ Dahua ไว้ใจได้ไหม มีศูนย์บริการในไทยหรือเปล่า?

A: ไว้ใจได้แน่นอนครับ แบรนด์ Dahua (ต้าหัว) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเทคโนโลยีและระบบรักษาความปลอดภัย (กล้องวงจรปิด) รายใหญ่ระดับโลก ดังนั้นเรื่องมาตรฐานการผลิตโครงสร้างและแผงวงจรจึงมีความทนทานสูง ส่วนในประเทศไทยมีศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (เช่น Synnex, Sis หรือศูนย์ของ Dahua Thailand เอง) ซึ่งมักจะรับประกันสินค้าให้อยู่ที่ 3 ปีเต็ม

สินค้าแนะนำจากแบรนด์ dahua